kidzii

คิดซิ Magazine เว็บไซต์แหล่งเผือกทุกปัญหา

#ฟันคนขับทัวร์ ไล่พ่อแม่ลูก อ้างเด็กร้องดัง! ปรับ พักใบขับขี่ เผยเป็นคืนที่โหดร้าย!!

เปิดวาร์ปส่องความเซ็กซี่ว่าที่เจ้าสาวของ ‘กันต์’ขนส่งสั่งฟันโชเฟอร์รถ ทัวร์กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทิ้งผู้โดยสารปล่อยครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 ชีวิตทิ้งกลางทาง อ้างเหตุลูกคนเล็กวัยขวบเศษร้องไห้เสียงดังจนรบกวนผู้โดยสารอื่น และพขร.คนที่ 2 ที่กำลังนอนพักผ่อนรอเปลี่ยนกะ สั่งปรับคนขับและส่งนำเข้าอบรมจิตบริการพร้อมพนักงานประจำรถทั้งคัน บขส.โดนปรับด้วย 2 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายวรกิตติ ไชยชนะ หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย และน.ส.พรพิมล กลิ่นหอม นายสถานีเดินรถสุราษฎร์ธานี เชิญนายมงคล ทองโบราณ และน.ส.ปภิสรา คำอยู่ สามีภรรยา มาสอบถามข้อเท็จจริงหลังทั้งคู่พร้อมลูกชายอีก 2 คน โดยคนเล็กอายุเพียงขวบเศษ ถูกรถโดยสารปรับอากาศ 999 เส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุยทิ้งกลางทางในปั๊มน้ำมัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายมงคลและน.ส.ปภิสราช่วยกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า วันเกิดเหตุพากันเดินทางไปยังเกาะสมุยเพื่อหางานทำ โดยลูกชายคนเล็กเพิ่งเดินทางไกลเป็นครั้งแรกทำให้ร้องไห้เสียงดังนานประมาณ 30 นาที ระหว่างนั้นผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติมาสอบถามด้วยความเป็นห่วงว่าเด็กไม่สบายหรือปวดท้องหรือไม่ จึงบอกไปว่าเด็กเพิ่งเคยเดินทางไกลครั้งแรก คงรู้สึกไม่สบายตัว จากนั้นชาวต่างชาติก็กลับไปที่เบาะนั่ง

ต่อมาพนักงานบริการมาบอกว่า เด็กส่งเสียงร้องรบกวนผู้โดยสารและพนักงานขับรถคนที่สองที่กำลังนอนพักผ่อนเพื่อรอเปลี่ยนกะระหว่างทาง จึงบอกให้ครอบครัวทั้งหมดลงจากรถ โดยจะไปจอดในจุดที่สะดวก มีที่พัก และมีรถโดยสาร แต่กลับไปจอดให้ลงในปั๊มน้ำมันใหญ่แห่งหนึ่ง หลังลงจากรถไม่นานลูกชายก็หยุดร้องไห้

แต่ภายในปั๊มดังกล่าวมีบริการห้องพักจึงไปติดต่อขอเข้าพักในราคาคืนละ 500 บาท โดยทั้งคู่มีเงินติดตัวเพียง 600 บาทเท่านั้น ไม่มีเงินสำรองเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไร เมื่อจ่ายค่าห้องพักและซื้ออาหารให้ลูกรับประทานจึงเหลือเงินเพียง 25 บาทเท่านั้น ตลอดทั้งคืนก็ไม่ได้นอนหลับ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อญาติที่เกาะสมุยขอให้ช่วยโอนเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังเกาะสมุย นับว่าเป็นคืนที่โหดร้าย แต่ต้องรับสภาพและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

นายมงคลกล่าวว่า รุ่งเช้าวันที่ 8 ม.ค.จึงพาลูกและภรรยาขึ้นรถไฟที่สถานีชะอำ จ.เพชรบุรี ลงที่สถานีพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีญาติมารับลงเรือเฟอร์รี่ถึงเกาะสมุยเมื่อเวลา 21.00 น.วันเดียวกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เพราะยังมีอีกหลายครอบครัวที่เดินทางพร้อมกับเด็กตัวเล็กๆ เช่นเดียวกับครอบครัวตนเอง อยากให้พนักงานพูดกับผู้โดยสารดีๆ ไม่ใช่แสดงอาการพูดเสียงดัง ไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร และไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับครอบครัวของคน อื่นอีก

ด้านนายวรกิตติกล่าวว่า การที่คนขับรถสาธารณะทิ้งผู้โดยสารกลางทางถือว่ามี ความผิดตามพ.ร.บ.ขนส่ง เพราะรถโดยสารสาธารณะจะต้องส่งผู้โดยสารถึงปลายทาง ทุกคนอย่างปลอดภัย กรมการขนส่งฯจะสั่งปรับพนักงานขับรถเป็นเงิน 5,000 บาท พร้อมนำเข้ารับการอบรมในเรื่องของการให้บริการที่ทั้งคนขับรถและบริกรบนรถ

น.ส.พรพิมลกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้รับผิดชอบด้วยการชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมดมอบให้กับครอบครัวนายมงคลเป็นเงินทั้งสิ้น 4,740 บาท ซึ่งเป็นค่าโดยสารรถ บขส. ค่ารถไฟ ค่าเรือ และค่าที่พัก พร้อมกล่าวขอโทษที่พนักงานให้บริการที่ไม่ดีกับครอบครัวนายมงคล หลังจากนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด จะเรียกพนักงานขับรถทั้ง 2 คน และบริกรบนรถมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น และเตรียมลงโทษทางวินัย พร้อมยกเป็นตัวอย่างเพื่อหาแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ต่อไป

วันเดียวกัน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีพนักงานประจำรถโดยสาร ของบริษัท ขนส่ง จำกัด คันหมายเลข 991-941 สายกรุงเทพฯ-เกาะสมุย ไล่ผู้โดยสารพ่อแม่ลูก 4 คน ลงจากรถโดยสารเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากลูกผู้โดยสารร้องไห้ไม่หยุดว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถโดยสารคันหมายเลขทะเบียน 15-2200 กรุงเทพมหานคร หมายเลข 991-941 เส้นทางกรุงเทพฯ-เกาะสมุย มีนายสถาพร อยู่เกิด เป็นพนักงานขับรถ ปล่อยให้ ผู้โดยสารลงในเขตพื้นที่เพชรบุรี เวลาประมาณ 23.00 น. ของคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 9 ม.ค. เจ้าหน้าที่ของกรม นัดผู้เสียหายมาให้ปากคำและข้อกล่าวหากรณีรถคันดังกล่าวส่งไม่ถึงที่หมาย หลังสอบจากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า นายสถาพรมีความผิดจริงตามคำร้อง จึงเปรียบเทียบปรับข้อหาความผิดมาตรา ม.104, 127 ผู้ประจำรถกระทำการใดใดให้ผู้โดยสารซึ่งได้ชำระค่าโดยสารถูกต้องแล้ว ต้องลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง จำนวนเงิน 5,000 บาท รวมทั้งสั่งพักใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 30 วัน พร้อมทั้งให้เข้าอบรมเป็นเวลา 3 ชั่วโมง

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้ดำเนินการปรับ บขส. เป็นเงิน 20,000 บาท พร้อมกับถูกสั่งพักใช้รถเป็นระยะเวลา 15 วัน ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขการประกอบการ ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย กรณีที่ไล่ผู้โดยสารลงกลางทางช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งยังปล่อยปละละเลยให้คนขับรถซึ่งเป็นพนักงานบริษัทกระทำความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

นายสนิทกล่าวต่อถึงมาตรการในการป้องกันไม่ให้เรื่องในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกนั้น ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก มีบทลงโทษตามกฎหมายที่เข้มงวดอยู่แล้ว สำหรับรถโดยสารสาธารณะที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ส่งผู้โดยสารให้ถึงปลายทาง รวมทั้งที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกยังก็มีโครงการอบรมมารยาท ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการขับขี่ ส่วนกรณีที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบนรถ หรือวิธีการเผชิญเหตุบนรถโดยสารหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่นกรณีเด็กร้องไห้ไม่หยุดนั้น หรือเหตุอื่นๆ เป็นหน้าที่ ที่บขส.จะต้องจัดอบรม มารยาท และขั้น ตอนในการปฏิบัติกรณีเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถามข้อมูลผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า เด็กคนดังกล่าวร้องไห้ตลอดทาง พนักงานประจำรถพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กร้องแต่ก็ไม่ทราบสาเหตุ เมื่อรถวิ่งไประยะหนึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งนั่งอยู่ในรถคันดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจเป็นอย่างมากกรณีที่มีเสียงเด็กร้อง โดยแจ้งกับพนักงาน ว่าเสียงร้องของเด็กรบกวนการพักผ่อน พร้อมทั้งร้องเรียนขอให้พนักงานแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการคาดการณ์กันว่าพนักงานอาจจะเกิด ความกดดันจึงตัดสินใจขอให้ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวลงจากรถ

ขอบคุณภาพจากข่าวสด

Comments

comments

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.